OPD case
ในรายที่มีอาการ + ปัจจัยเสี่ยง (ด้านล่าง) แนะนำให้ nirmatrevir-ritonavir ให้เร็วที่สุดภายใน 5 วันแรกหลังเริ่มมีอาการ (dose 300/100mg PO BID x 5 d [half dose in GFR < 60]) โดยให้ตรวจเรื่อง drug interaction ก่อนให้
- อายุ > 65 ปี หรือ > 50 ปีที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน
- Immunocompromise เช่น active treatment ของ cancer ต่างๆ, hematologic malignancies, solid organ transplant, advanced HIV, on immunosuppressive Tx (เช่น prednisolone > 20 mg/d * > 2 wk)
- Comorbidities ได้แก่ chronic disease ต่างๆ รวมถึง DM, physical inactivity, smoking, mental health/disabilities, obesity, pregnancy, substance use disorder, thalassemia
**พบ rebound COVID-19 (5-15%) มากขึ้นในกลุ่มที่ได้ยา nirmatrevir-ritonavir มักพบอาการกลับเป็นใหม่หลังหยุดยาใน 10 วันแรก ให้ตรวจ COVID ซ้ำ แต่มักไม่ได้ให้ยาซ้ำ
ยาทางเลือก ได้แก่ remdesivir, molnupiravir 800 mg PO BID x 5 d, high-titer convalescent plasma
Home isolation เฉพาะในรายที่มีอาการจนอาการดีขึ้น ไม่มีไข้นาน 24 ชม. และใส่ mask + หลีกเลี่ยง close contact + อยู่ในที่อากาศถ่ายเท ต่ออีก 5 วันหลัง home isolation
- ในบางรายอาจตรวจ Ag ซ้ำๆ เช่นทุก 48 ชม.แทน เพราะในบางรายที่ต้องไปใกล้ชิดคนที่เป็น immunocompromise หรือในรายที่เป็น immunocompromise เองที่อาจแพร่เชื้อนานกว่าปกติ
- ส่วนใหญ่อาการจะหายสนิทใน 2 สัปดาห์ (บางรายอาจนาน 2-3 เดือน)
- Thromboprophylaxis แนะนำ LMWH, heparin (GFR < 15), หรือ fondaparinux (Hx HIT)
- Antipyretic แนะนำ paracetamol มากกว่า NSAID
- ยาเดิม กินต่อได้ รวมถึง ACEI, ARB
- Remdesivir ในรายที่ admit (ยกเว้น admit ด้วยปัญหาอื่น ให้พิจารณายาเหมือน OPD case)
- Low-dose dexamathasone ในรายที่ต้องได้ oxygen (ยกเว้น oxygen แค่ 1-2 LPM โดยเฉพาะถ้าเป็น immunocompromised และภายใน 10 วันแรกหลังเริ่มมีอาการ)
- Baricitinib, tocilizumab ให้ในรายที่ on mechanical ventilator หรือ HFNCC (ภายใน 24-48 ชม.ที่ admit ICU) หรือ (ต้องการ oxygen มากขึ้นเรื่อยๆ + elevated inflammatory marker) ภายใน 96 ชม.หลัง admit