Sleep-related breathing disorders
Snoring
การประเมิน ประเมินว่ามี OSA หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีให้ดูวว่ามีสาเหตุที่แก้ไขได้หรือไม่ ได้แก่ obesity, enlarged tonsil, deviated nasal septum, chronic nasal congestion
การรักษา
- ขั้นแรก ได้แก่ หยุดบุหรี่ ลดน้ำหนัก งดดื่มแอลกอฮอล์หลายชั่วโมงก่อนเข้านอน และนอนตะแคง
- ขั้นที่สอง ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ทดลองรักษาดังนี้ ถ้ามี chronic nasal congestion ให้ลองใช้ intranasal glucocorticoid ถ้าไม่มี nasal congestion ให้ลองใช้ external nasal dilator ถ้ายังไม่ดีขึ้นอาจลองใช้ oral appliance
Obstructive sleep apnea (OSA)
คือ การที่มี apnea, hypopneas, หรือ respiratory effort-related arousals (RERAs) ซึ่งเกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นขณะหลับ พบ 15-30% ในผู้ชายและ 5-15% ในผู้หญิง โดยที่มี apnea-hypopnea index (AHI) > 5 ครั้งต่อชม.
ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้ชาย อายุมาก อ้วน มี craniofacial หรือ upper airway ผิดปกติ และที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ สูบบุหรี่ ประวัติครอบครัว คัดจมูก และพบร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น obesity hypoventilation syndrome, pregnancy, ESRD, CHF, chronic lung disease, DM type II, stroke, acromegaly, hypothyroidism, PCOS, floppy eyelid syndrome
อาการ มาด้วยอาการง่วงตอนกลางวัน ตอนนอนกรนเสียงดัง หายใจเฮือก สำลัก หยุดหายใจขณะหลับ อาจมีอาการกระสับกระส่ายตอนกลางคืน ปวดศีรษะตอนเช้า นอนไม่หลับ ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ตื่นแล้วไม่สดชื่น
ควรประเมิน Epworth Sleepiness Scale (ESS) โดยถ้า ESS score > 9 ต้องไปตรวจเพิ่มเติม
ตรวจร่างกาย ดูภาวะอ้วน ภายในช่องปาด คอ รอบเอว หรืออาจมาด้วยภาวะแทรกซ้อน (cognitive deficits, mood changes, sexual dysfunction, pulmonary HT, หรืออุบัติเหตุจราจร)
การตรวจเพิ่มเติม
- ตรวจ full-night หรือ split-night PSG ในรายที่สงสัย mild OSA, complicated OSA (COPD), หรือจำเป็นต้องรู้ให้ชัดเจน
- ตรวจ home sleep apnea testing (HSAT) ในรายที่ค่อนข้างชัดว่าเป็น moderate-severe uncomplicated OSA และไม่ได้สงสัย sleep disorder อื่น
ภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ การเกิดอุบัติเหตุจากความง่วง, neuropsychiatric dysfunction, cardio/cerebrovascular morbidities, pulmonary HT, metabolic syndrome, DM, fatty liver
การตรวจคัดกรอง ยังไม่มีควรตรวจคัดกรองในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการ มีชุดคำถามคัดกรองก่อนผ่าตัด คือ STOP-Bang เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนใน undiagnosed OSA
การรักษา
- การรักษาทั่วไป ได้แก่ หยุดบุหรี่ รักษาโรคร่วม รับวัคซีนตามเกณฑ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับ OSA และการปรับพฤติกรรม ได้แก่ ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย เปลี่ยนท่านอน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือยาที่รบกวนการนอนหรือทำให้ง่วงตอนกลางวัน
- Positive airway pressure (PAP) แนะนำในรายที่มี AHI > 15 ครั้งต่อชม. (> 30 ยิ่งได้ประโยชน์สูง) หรือ AHI 5-15 ในรายที่ทำงานบางอย่าง (เช่น pilot, air traffic controller, locomotive engineer, bus/truck driver) หรือ (AHI < 5 แต่มี RERAs > 10 ครั้งต่อชม. + EDS) แล้วนัดติดตามอาการบ่อยๆในช่วงสัปดาห์แรกๆ ถ้าไม่ได้ผลต้องหาสาเหตุ (nonadherence, inadequate therapy, other causes)
- ในรายที่ PAP ล้มเหลวหรือไม่ต้องการใช้ ให้ดูว่ามีสาเหตุที่ผ่าตัดได้หรือไม่ (tonsillectomy, maxillomandibular advancement, uvulopalatoplasty, polypectomy) ถ้าไม่มีพิจารณาทำ hypoglossal nerve stimulation (HNS) หรือ oral appliances (mandibular advancement splint [MAS], tongue-retaining device) ตามข้อบ่งชี้
- ไม่แนะนำให้ยารักษา OSA แต่อาจใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย ได้แก่ theophylline, acetazolamide, sulthiame, desipramine, oxybutynin, atomoxetine, reboxetine, dronabinol
PAP titration
In-laboratory fixed-level CPAP titration คือ มีแรงดันคงที่ตลอดเวลา ซึ่งจะไปถ่างทางเดินหายใจส่วนบนให้เปิดออก
จะปรับระหว่างการทำ PSG โดยเริ่มจาก 4 cmH2O
แล้วเพิ่มทีละ 1-2 cmH2O จนไม่มี UAO
ในทุกระยะและท่านอน ให้มี RDI < 5 ครั้ง/ชม. อย่างน้อย 15 นาที
At-home APAP titration คือ ใช้ข้อมูลจาก
APAP ช่วง 7-14 วัน แล้วตั้ง CPAP
ในระดับที่กำจัด REI ได้ > 90-95%
(P90, P95) โดยมี REI < 10 ครั้ง/ชม.
In-laboratory BPAP-S ใช้ในรายที่ CPAP,
APAP ไม่ได้ผล หรือในรายที่มี hypoventilation มากๆ ตั้งขณะทำ PSG ให้ IPAP 8 cmH2O
และ EPAP 4 cmH2O ค่อยๆปรับเพิ่มทั้งสองค่าจนไม่มี
obstructive apnea แล้วปรับ IPAP จนไม่มี
obstructive hypopnea โดยแนะนำว่า IPAP-EPAP อยู่ระหว่าง 4-10 cmH2O
Auto-titrating BPAP ตั้ง minimum
EPAP 4 cmH2O, maximal inspiratory pressure 25 cmH2O, และ maximal PS 8 cmH2O
ปัจจัยที่ทำให้สำเร็จ ได้แก่ อุปกรณ์ต้องขนาดพอดีกับผู้ป่วย; ในคนที่รู้สึกไม่สบายเวลาหายใจออกแล้วต้านแรงกับ
PAP อาจมี pressure relief (ramping) หรืออาจลองใช้
auto-titrating device; จมูกแห้งให้มี heated
humidification; จมูกตัน ให้ใช้ topical medicine; หายใจทางปาก ใช้ chin strap หรือ oronasal
mask; กลัวที่แคบ ใช้ nasal pillows หรือทำ mask
desensitization
Nonadherence with CPAP for adults with OSA
คือ การที่ใช้ CPAP < 4 ชม. หรือ < 70% ในแต่ละคืน โดยทั่วไปผลของ CPAP จะเห็นได้ในเวลา 2-3 สัปดาห์
การป้องกัน ได้แก่ behavioral therapy (ก่อนและหลังใช้ CPAP 1 เดือน), แก้ไขผลข้างเคียง (เช่น ตื่นบ่อย (CPAP ramp), จมูกแห้ง/ตัน (heated humidifier), เสียงดัง (pressure change, earplugs, APAP), หน้ากากรั่ว (adjustment), นอนอ้าปาก (chinstrap, full-face mask), กลัวที่แคบ (nasal mask/pillow)), และในรายที่ยังไม่ดีขึ้นอาจลองใช้ sedative-hypnotic ระยะสั้นๆ
Residual excessive sleepiness (RDS) in adults with OSA
คือ OSA ที่รักษาแล้วการหายใจและ oxygenation parameter เป็นปกติแล้วแต่ยังง่วงเกือบตลอด ให้ประเมินการใช้งานของ PAP และหาสาเหตุอื่น (เช่น นอนไม่พอ, ผลข้างเคียงยา, ซึมเศร้า, โรคทางกาย) ซึ่งถ้าสงสัยให้ตรวจเพิ่มเติม (CBC, TFTs, testosterone level, iron studies, EBV Ab)
ให้ยารักษาในรายที่ไม่ทราบสาเหตุ และ ESS > 10 แนะนำให้ 4-6 สัปดาห์ ได้แก่ modafinil, armodafinil, pitolisant, solriamfetol
Surgical Treatment of OSA in adults
Nasal surgery ผ่าตัดเพื่อให้ใช้ CPAP
ได้ดีขึ้น เช่น turbinate reduction, septoplasty, nasal
valve surgery
Uvulopalatopharyngoplasty (UPPP) เป็นการผ่าตัดที่ทำบ่อยที่สุด
ช่วยทำให้อาการดีขึ้น แต่ไม่หายสนิท ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ chronic mild
dysphagia; ในรายที่มี tonsillar hypertrophy (และ anatomy เหมาะสม เช่น small tongue) อาจทำ simple thyroidectomy
Lower pharyngeal และ laryngeal procedures
ได้แก่ midline glossectomy, epiglottidectomy, genioglossus
advancement
Global upper airway procedures ได้แก่ maxillomandibular
advancement, tracheotomy, implantable neurostimulator
Preoperative evaluation of adults with OSA
คัดกรอง OSA ในรายที่มี
BMI > 35 kg/m2 และในรายที่ทำ bariatric
surgery อาจใช้ชุดคำถาม STOP-Bang
การประเมินก่อนผ่าตัด ในรายที่โอกาสเป็น OSA น้อย หรือ well
controlled OSA ไม่ต้องตรวจเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด แต่ในรายที่เป็น uncontrolled
OSA หรือ สงสัย OSA ร่วมกับปัญหาอื่น (systemic
disease หรือมีปัญหา ventilation/gas exchange
(hypoventilation syndrome, severe pulmonary HT, resting hypoxemia)) หรือ high-risk surgery ควรเลื่อนผ่าตัด
(> 1 สัปดาห์) เพื่อประเมินก่อน
Preoperative PAP therapy เฉพาะในรายที่ใช้อยู่แล้ว
ให้ใช้ต่อจนถึงวันผ่าตัด
Intraoperative management of adults with OSA
แนะนำ regional anesthesia > GA ยกเว้นต้องการ deep sedation
Airway management ใช้การจัดท่า อุปกรณ์เปิด airway
และใช้ CPAP ช่วย รวมถึง monitor O2
sat + capnography และให้ใช้แนวทางจัดการแบบ difficult
airway ให้ preoxygenation การนำสลบและใส่ ETT
ในท่าหัวสูง
ใช้ยากลุ่ม sedative และ opioid
ที่ออกฤทธิ์สั้นและขนาดน้อย และมี reversal agents
แนะนำจำกัด perioperative fluid therapy และเลือด IVF ที่มี Na ค่อนข้างน้อย
(RLS, Plasmalyte มากกว่า NSS) เพื่อลด
rostral fluid shift ที่คอ
Extubation ควรทำในท่าหัวสูง มี airway
reflex ปกติ และให้ยา NMB reversal (ถ้าจำเป็น) และมีการตอบสนองและการหายใจที่เพียงพอ
Postoperative management of adults with OSA
โดยทั่วไปแนะนำให้อยู่ในท่า semi-upright
หรือ upright, ใช้ opioid-sparing
analgesic techniques, และหลีกเลี่ยงการให้ sedative พร้อมกัน
Postoperative PAP therapy เฉพาะในรายที่ใช้มาก่อนป่าตัด
หรือมี hypoxemia, obstruction, apnea, หรือ hypoventilation
แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ post-anesthesia care unit (PACU)
PACU monitoring ให้จับ pulse oximetry โดยให้ O2 sat > 90% ถ้าต้องให้ low-flow
O2 ให้ทำ CO2 monitoring ร่วมด้วย
ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด
จะมีปัญหา sleep architecture ผิดปกติ
ให้หลีกเลี่ยงการนอนราบ ลดยาแก้ปวด และใช้ PAP ระหว่างนอน
จนกว่าจะนอนได้ปกติและหยุด opioid ได้
OSA in pregnancy
พบ OSA มากขึ้นในหญิงตั้งครรภ์
ในรายที่สงสัยให้ตรวจ PSG
การรักษาแตกต่างจากคนปกติเล็กน้อย
ได้แก่ แนะนำให้ gestational weight gain อยู่ที่ lower
limit ของระดับแนะนำ ให้ PAP therapy ใน mild
OSA + O2 sat < 90% และแนะนำ auto-adjusting
continuous PAP (APAP) เพราะอาการมักเปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์
และห้ามให้ยากระตุ้นการตื่น (เช่น modafinil,
armodafinil)
การฝากครรภ์ ให้วัด
BP และตรวจ urine protein ทุกครั้ง
ช่วงไตรมาส 1-2 ให้ตรวจ gestational DM, US ประเมิน fetal weight ทุก 3-4 สัปดาห์หลัง
GA 28 wk
ระหว่างคลอด ให้ใช้
PAP และปรึกษา anesthesia ติด monitor
O2 saturation
หลังคลอด
ให้อยู่ในที่ upright และหลีกเลี่ยง opioid และใช้ airway management (PAP, oral device)
OSA in CVD
OSA เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ CVD แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการรักษา OSA จะช่วยลด cardiovascular
events
OSA ทำให้เกิด HT และการรักษา
OSA จะลด HT ได้ปานกลาง
Severe OSA สัมพันธ์กับ CHD โดยตัดปัจจัยจาก obesity ออก แต่ไม่ชัดเจนว่าการให้ PAP
จะช่วย CHD
OSA เพิ่มอุบัติการณ์ของ AF และการรักษา OSA จะช่วยลดความเสี่ยงต่อ AF
OSA สัมพันธ์กับ QT prolongation ซึ่งอาจทำให้เกิด nocturnal cardiac death ใน OSA
OSA กับ HF มีความสัมพันธ์กันเป็นเหตุและผลของทั้งคู่
และ central sleep apnea อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ HF
Moderate-severe OSA พบ Pulmonary HT ประมาณ 20%
Ventilatory control disorders
COPD เกิดใน severe COPD ที่ blunted hypoxic และ hypercapnic
respiratory drive
Asthma เกิดในรายที่ perception ของ dyspnea ลดลง จะเสี่ยงต่อ near fatal
asthma eacerbation
Ondine curse เกิดจาก impaired
autonomic control of ventilation ส่วนใหญ่เป็น congenital
central hypoventilation (CCHS) ซึ่งสัมพันธ์กับ Hirschsprung
disease; สาเหตุรองมา คือ brainstem injury/tumor,
late-onset central hypoventilation syndrome
Cheyne-Stokes respiration (CSR)
Neuromuscular disease
Respiratory depressants (ยาที่กระตุ้น
เช่น medroxyprogesterone, theophylline, acetazolamide)
อื่นๆ ที่พบน้อย เช่น carotid body
resection/injury, myxedema, starvation
Central sleep apnea
คือ การที่มี central apnea ซ้ำๆ กลไกเกิดจาก hyperventilation-related apnea (เกิดจาก ventilatory overshoot -> hypocapnia below “apneic
threshold” -> central apnea -> hypercapnia), hypoventilation-related
apneas (CNS disease, NMD, pulmonary mechanic abnormality), หรือ sleep-onset
central apneas (เกิดในคนปกติช่วงกำลังเข้าสู่ NREM)
แบ่งเป็น primary CSA และ secondary
CSA (Cheyne-Stokes, drug, high altitude periodic breathing) พบมากขึ้นในผู้ชาย
สูงอายุ หรือมีโรคร่วม (HF, stroke)
อาการมาด้วยอาการเหมือน insomnia, EDS, หรืออาการของ desaturation ตอนนอน (PND,
morning headache, nocturnal angina)
ประเมินในรายที่มี EDS + ปัจจัยเสี่ยง
(HF, stroke, chronic opioid therapy) หรือมีอาการอื่น >
1 อย่าง แนะนำให้ตรวจ PSG
การรักษา
รักษาปัจจัยกระตุ้น ถ้าเป็น hyperventilation-related CSA ให้ลองใช้
CPAP (ไม่แนะนำ BiPAP, ASV เพราะเพิ่มอัตราตาย) หรือให้ oxygen
supplement ตอนนอน หรือถ้าทำไม่ได้ให้ acetazolamine;
hypoventilation-related CSA ให้ BiPAP with back-up rate
Obesity hypoventilation syndrome
คือ มี awake hypoventilation (PaCO2
> 45 mmHg) ในคนที่ BMI > 30 kg/m2 พบได้ในคนอ้วนที่เป็น OSA แนะนำให้ตรวจหาในคนที่สงสัย
(morbidly obese + suspected/known OSA) ให้ตรวจ PaCO2 แต่ในคนที่สงสัยน้อยอาจตรวจ bicarbonate
ก่อน (ผิดปกติถ้า > 27 mEq/L) ในรายที่ยังไม่ได้วินิจฉัย OSA ให้ตรวจ PSG และให้ตรวจหาภาวะแทรกซ้อน (pulmonary HT, CVD)
การรักษา แนะนำ PAP (เริ่มจาก
CPAP ก่อน BiPAP) ร่วมกับการลดน้ำหนัก
(+/- respiratory stimulant (progestin, acetazolamide)) และรักษาโรคร่วม
(hypothyroidism, COPD), ภาวะแทรกซ้อน (pulmonary
HT), และงดยา sedative/alcohol; ถ้าไม่สำเร็จอาจทำ
tracheostomy, bariatric surgery
Sleep-disordered breathing
HF พบได้ทั้ง OSA และ
central sleep apnea with Cheyne-Stokes breathing (CSA-CSB) ซึ่งอาจทำให้เกิด angina, PND, และ recurrent
refractory arrhythmia ได้ ให้ตรวจ PSG; การรักษา
ถ้าคุม HF ได้ดีจะทำให้การนอนดีขึ้นด้วย ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้ CPAP
แต่หลีกเลี่ยง ASV และถ้ามี hypoxemia ระหว่างนอน แนะนำให้ oxygen เสริม
Stroke พบได้ทั้ง OSA,
central sleep apnea, และ Cheyne-Stokes breathing เป็นผลจาก acute CNS injury หรือปัญหาในการนอนเดิมแย่ลงจาก
LOC ลดลงหรือจากยา รายที่มีความเสี่ยงต่อ apnea คือ มี nocturnal desaturation, dysphagia, dysphonia ให้ตรวจ PSG; การรักษา ให้ PAP therapy
COPD อาจเกิดจาก sleep-related hypoxemia, OSA, central
sleep apnea, respiratory effort-related arousals, sleep-related
hypoventilation, RLS, และ insomnia
พบว่าส่วนใหญ่มักมีโรคร่วมหลายอย่างที่ส่งเสริมให้อาการแย่ลง (เช่น obesity, HF, smoking, opioid use) มีข้อบ่งชี้ในการตรวจ
คือ มีอาการของ SRBD, BMI > 35, neck circumference > 43 cm ชาย/ > 41 cm หญิง, oxygen sat < 93%,
daytime hypercapnia, pulmonary HT, cor pulmonale; การรักษา ให้ oxygen
เสริมในรายที่ oxygen sat < 88% ช่วงตื่น
NMD/chest wall disorders ปัญหามักเกิดจาก
OSA และ nocturnal hypoventilation โดยกลุ่มเสี่ยงได้แก่
ALS, muscular dystrophy, kyphoscoliosis, diaphragmatic paralysis,
poliomyelitis แนะนำให้ประเมินในรายที่มีอาการ หรือมีลักษณะของ respiratory
muscle weakness (daytime SpO2 < 92%, PaCO2 > 45,
maximal inspiratory pressure < 60% predicted, FVC < 50 %predicted), หรือมี cor pulmonale, polycythemia, hypercarbia; การรักษา
ให้ NIV และทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ tracheostomy with
PPV, diaphragmatic pacing; และการรักษาเสริมที่ช่วยในการไอและกำจัดเสมหะ
ได้แก่ glosspharyngeal breathing, manually assisted coughing, cough
insufflation-exsufflation
Chronically using opioid ที่พบบ่อยสุดเป็น
central sleep apnea ปัจจัยเสี่ยง คือ BMI น้อย และการได้ morphine > 200 mg/d; การรักษา
ลดขนาด opioid ต่อวันลง หรือหยุดยาที่ส่งเสริม (BZD),
PAP therapy ในรายที่มี hypoxemia ช่วงหลับ,
AHI > 15, หรือ AHI 5-15 + มัปัญหาตอนนอน